598802223887660

หลังการระบาดของเชื้อ COVID-19 ระลอกใหม่ ทำให้หลายบริษัทมีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home กัน

อีกครั้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดโรค ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานที่บ้านนาน ๆ อาจะทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อและส่งผลให้

ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำ 17 เคล็ดลับ Work From Home วิธีทำงานที่บ้านให้ได้งานมา

ฝากกัน จะได้เซฟตัวเอง เซฟคนในครอบครัว ทำงานที่บ้านอย่างแฮปปี้ มีความสุข พร้อมทั้งได้งานมีประสิทธิภาพ

1. กำหนดเวลาทำงาน  

แม้ว่าการทำงานที่บ้านจะมีข้อดีมากมาย แต่หลายครั้งก็กินเวลาชีวิตอย่างไม่รู้ตัว เช่น ทำให้บางคนเริ่มงานเร็วกว่าปกติ ทำให้บาง

คนทำเพลินจนลืมเวลาพัก และทำให้บางคนติดพันจนเลิกช้ากว่าเดิม จึงส่งผลให้การใช้ชีวิตเริ่มไม่สมดุล ฉะนั้นเคล็ดลับแรกของ

การทำงานที่บ้าน คือ การกำหนดตารางเวลาทำงานและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด (ยกเว้นกรณีงานด่วน) อาจจะตั้งเวลาแจ้ง

เตือนไว้ เพื่อช่วยให้ชีวิตมีแบบแผนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทำงานที่บ้านมีสิ่งล่อลวงเยอะ ทำให้เสียสมาธิได้ง่าย Alan Hedge จึงให้คำแนะนำว่า ในช่วงแรก ๆ ให้ทำตาม

กฎ 20-20-20 คือ ทำงาน 20 นาที พักเบรก 20 วินาที โดยในช่วงพักเบรกให้มองไกลออกไปจากงาน 20 ฟุต เพื่อช่วยเบี่ยงเบน

ความสนใจ เนื่องจากคนเรามักจะหลุดโฟกัสหรือมีความมุ่งมั่นน้อยลงภายใน 20 นาทีนั่นเอง

2. สร้างกิจวัตรในตอนเช้า 

การเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างเป็นเรื่องยากเสมอ ในแง่ของการทำงานที่บ้านก็เช่นเดียวกัน เพราะบางครั้งกว่าจะตัดสินใจนั่งประจำ

ที่และทำงานได้ ต้องใช้เวลามากกว่าที่ออฟฟิศ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ให้สร้างกิจวัตรในตอนเช้าที่จะทำให้ร่างกายคุ้นเคย

ว่าถึงเวลาเริ่มงานแล้ว เช่น การดื่มกาแฟ การออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะตามหลักจิตวิทยาแล้ว การ

ใส่ชุดนอนทำงานเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร เนื่องจากทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายมากเกินไป โดยทางที่ดีให้เปลี่ยนมาเป็น

ชุดลำลองหรือชุดทำงานที่ไม่ค่อยเนี้ยบ เพื่อช่วยให้ความรู้สึกแบบอื่นที่ไม่ใช่การพักผ่อนแทน

3. รู้เวลาพัก

เพราะการทำงานที่บ้านไม่มีเพื่อนชวนกินข้าวยามพักกลางวัน หรือชวนพักเบรกจากความเหนื่อยล้าระหว่างวัน ดังนั้นจึงเป็น

หน้าที่ของตัวเราเองที่ต้องรู้นโยบายของบริษัทว่าให้พักได้ในเวลาไหน มีพักเบรกย่อยบ้างหรือเปล่า จากนั้นก็นำมาปฏิบัติตามใน

ช่วงที่ทำงานที่บ้านอย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหลายบริษัทมักจะให้พักกลางวันในช่วงเที่ยง และมีพักเบรกย่อยในช่วงบ่าย

อ้อ แล้วในขณะพักก็พยายามใช้เวลาให้คุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องกลับมาทำงานเร็วกว่ากำหนด ถ้าเพื่อความสะดวกสบายและแบ่งเวลา

ได้อย่างเหมาะสม จะตั้งเวลาหรือนาฬิกาไว้เลยก็ได้

4. แสงสว่างที่เพียงพอ

การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการนั่งทำงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญของการทำงานที่บ้าน เพราะบางห้องอาจทำให้รู้สึกเอื่อย เหนื่อยล้า

และไม่มีแรงบันดาลใจได้ ฉะนั้นผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จึงแนะนำให้นั่งทำงานในห้องที่ให้พลังงานมากที่สุด ซึ่งปกติแล้วจะเป็นห้อง

ที่วิวดีและมีแสงธรรมชาติมาก อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งเคล็ดลับบอกว่า ควรเลือกห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอและติดตั้งไฟใน

ตำแหน่งที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงห้องที่มีแสงสว่างมาจากจุดเดียว พยายามเลือกห้องที่มีแสงสว่างหลายแหล่ง ซึ่งจะทำให้แสง

กระจายตัว ช่วยลดอาการปวดตา แถมยังช่วยลดแสงสะท้อนและความสว่างจ้าของหน้าจอด้วย

5. จัดพื้นที่ทำงานให้น่านั่ง

เมื่อเลือกพื้นที่ที่เหมาะกับการนั่งทำงานได้แล้ว ต่อไปก็ต้องเคลียร์ข้าวของ ทำความสะอาด และจัดระเบียบให้เรียบร้อย เนื่องจาก

การนั่งทำงานในบริเวณที่รกและสกปรก สามารถทำให้ความคิดยุ่งเหยิงและเสียสมาธิได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าต้อง

จัดเตรียมพื้นที่ให้เป๊ะทุกองศา เพราะความจริงแล้วแค่เก็บเอกสารไว้ในกล่อง เก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง เลือกสิ่งของที่วางบน

โต๊ะอย่างเหมาะสม แยกข้าวของที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป พร้อมทั้งหาอะไรที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ เช่น ผลงานศิลปะหรือต้นไม้ มา

วางไว้ ก็ช่วยเพิ่มความสดใสและชีวิตชีวา ทำให้น่านั่งทำงานไม่เบาแล้ว

6. วางอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการทำงาน  

สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างสำหรับการทำงานที่บ้าน คือ ต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการทำงาน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ยิ่งไป

กว่านั้น การจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด เมาส์ ก็ต้องถูกต้องตามหลัก เพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่าง

สมบูรณ์ และป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย

7. หลีกเลี่ยงการทำงานบนโซฟาหรือเตียงนอน

ทุกวันนี้ Wi-Fi ช่วยให้เราทำงานได้ทุกที่ แม้กระทั่งโซฟาและเตียงนอน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราสามารถทำงานได้ทุกที่จริง ๆ

เพราะ Julie Morgenstern ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดระเบียบและผู้เขียนหนังสือ Organizing from the Inside Out อธิบายว่า

เราต้องแยกระหว่างพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนออกจากกัน เพื่อช่วยให้มีขอบเขตในการใช้ชีวิต ซึ่งถ้าหากใครไม่มีโต๊ะทำงานก็

สามารถใช้เป็นโต๊ะอาหารหรือโต๊ะญี่ปุ่นแทนได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องระวังเรื่องปัญหาปวดหลัง ปวดคอ และต้องเคลียร์

เอกสารและอุปกรณ์หลังเลิกงานเสมอ เพื่อไม่ให้เวลางานมาปะปนกับเวลาส่วนตัวนั่นเอง

8. เตรียมข้อมูลและอุปกรณ์ให้พร้อม

อย่าลืมว่าการทำงานที่บ้านจะเรียกไอทีมาช่วยเหลือไม่ได้ ฉะนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่พนักงานทุกคนต้องเตรียมไฟล์ข้อมูลไว้ให้

พร้อม บุ๊กมาร์กหน้าสำคัญไว้ให้ครบ พร้อมทั้งเก็บเบอร์ติดต่อไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วย ส่วนสำหรับอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ ก็

ต้องวางเตรียมไว้ที่โต๊ะอย่าให้ขาด ทั้งสายชาร์จ หูฟัง สมุด ปากกา กระดาษ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่า จะไม่ต้องวุ่นวายตามหาทุก

ครั้งที่ต้องการใช้งานนั่นเอง

9. เดินเล่นหรือออกจากบ้านบ้าง

แม้ว่าสถานการณ์โคโรนาไวรัสจะยังน่ากลัว แต่ถึงอย่างไรก็ควรออกนอกบ้านบ้าง อ๊ะ ๆ ๆ ทว่าไม่ได้หมายความว่าให้ออกไปกิน

ข้าวข้างนอกหรือไปเที่ยวตามสถานยอดฮิตเสียทีเดียว แต่หมายถึงให้เดินเล่นในบ้านหรือออกมาหน้าบ้านหรือพาสัตว์เลี้ยงเดิน

เล่นในสวนอย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ไม่อยู่นิ่ง และรู้สึกเบื่อ นอกจากนี้ยังทำให้ได้รับแสงแดด ซึ่งส่ง

ผลให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกดีขึ้นได้อีกด้วย

10. อย่าเคร่งเครียดมากเกินไป 

เป็นที่รู้กันดีว่าการทำงานที่บ้านต้องมีวินัยมาก เพราะเจ้านายมองไม่เห็น จึงต้องมีผลงานรองรับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าหนัก อย่า

เครียด หรืออย่าหักโหมมากเกินไป จนถึงขั้นทำงานเลยเวลา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยของคนทำงานที่บ้าน เนื่องจากไม่มี

เพื่อนร่วมงานคอยเตือน หรือสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเลิกแล้ว จึงยากที่จะหยุดจนส่งผลให้กินเวลาชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น บาง

ครั้งการทำงานฝืนต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ก็อาจจะทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ต้องรู้จักอนุโลมหรือผ่อนผันบ้าง เช่น ลอง

เปลี่ยนความสนใจสักครู่ แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ หรือให้คิดแบบง่าย ๆ ว่า ทำตัวเหมือนทำงานที่ออฟฟิศนั่นเอง